วันนี้ (28 ต.ค. 2568) เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอสบเมย บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการคุ้มครองสิทธิ พิทักษ์ประชาชน สร้างสังคมที่เท่าเทียม ครั้งที่ 1 พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมติดแผ่นดินแต่ตกสำรวจ ได้รับการแก้ไขสถานะบุคคลตามกฎหมาย และสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข รวมถึงสวัสดิการที่พึงได้จากรัฐ
.
นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดโครงการคุ้มครองสิทธิ พิทักษ์ประชาชน สร้างสังคมที่เท่าเทียม ครั้งที่ 1 พื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 28-29 ตุลาคม 2568 เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมติดแผ่นดินแต่ตกสำรวจ ได้รับการแก้ไขสถานะบุคคลตามกฎหมาย และสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข รวมถึงสวัสดิการที่พึงได้จากรัฐ โดยมี ผู้แทนนายอำเภอสบเมย หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด และระดับอำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้เข้าร่วมโครงการฯ ร่วมกิจกรรม
.
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ทำการปกครองอำเภอสบเมย มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้รับประสานจากศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพชาติพันธุ์ ว่ามีกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมติดแผ่นดินแต่ตกสำรวจโดยที่มีบิดา มารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ที่ยังไม่ได้รับการรับรองทางกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพ และสิทธิอื่น ๆ ที่ควรจะได้รับ ซึ่งที่ทำการปกครองอำเภอสบเมย และมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ได้ลงพื้นที่และพบข้อเท็จจริงว่ามีประชากรกลุ่มชาติพันธุ์หรือชาวไทยภูเขาดั้งเดิมติดแผ่นดิน แต่ตกสำรวจจำนวน 96 ครอบครัว จำแนกเป็นบุคคลตกหล่นจำนวน 131 ราย และบุคคลอ้างอิง จำนวน 96 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบสถานะทางกฎหมายพบว่าบุคคลดังกล่าว มีคุณสมบัติได้รับสัญชาติไทยตามหลักสายโลหิต นายทะเบียนอำเภอพิจารณาแล้ว เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องตรวจสารพันธุกรรม เพื่อประกอบเป็นหลักฐานในการพิจารณาการเพิ่มชื่อและรายการบุคคลเข้าในทะเบียนบ้าน (ท.ร.๑๔) ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางฯ
.
อำเภอสบเมย ได้การบูรณาการดำเนินการร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และภาคีเครือข่ายทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมดำเนินงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์หรือชาวไทยภูเขาดั้งเดิมติดแผ่นดินแต่ตกสำรวจ ได้รับการแก้ไขสถานะบุคคลตามกฎหมาย และสามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข รวมถึงสวัสดิการที่พึงได้จากรัฐ และการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชนในกลุ่มเปราะบาง โดยการจัดงานครั้งนี้ มีกิจกรรมประกอบด้วย การดำเนินการเก็บตัวอย่างสารพันธุ์กรรม DNA ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย จำนวน 227 ราย กิจกรรมส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน การจัดบูธนิทรรศการเกี่ยวกับการรับฟังปัญหาในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง
.
การดำเนินการในวันนี้ เพื่อถวายเพื่อเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพี่น้องประชาชนชาวแม่ฮ่องสอน พระราชกรณียกิจที่สำคัญ และเป็นที่ประจักษ์มีมากมายหลายด้าน