สถานการณ์ไฟป่าแม่ฮ่องสอน เกิดขึ้นต่อเนื่อง สร้างทั้งปัญหาหมอกควันไฟ ฝุ่นละออง และ ความเสี่ยงอันตรายต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่ดับไฟ ที่ต้องผจญกับสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ไฟป่าที่โหมหนัก สภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขาสูงชัน ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ในทุกขณะที่ออกสกัดดับไฟป่า
.
เช่นเดียวกับในพื้นที่ของ อุทยานแห่งชาติสาละวิน นายลิขิต ไหวพรม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสาละวิน ได้มีการประชุมวางแผนการปฏิบัติการดับไฟกับหน่วยในสังกัด พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการดับไฟในเช้าวันนี้ ซึ่งตรวจพบจุดความร้อน (Hot Spot) ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสาละวิน อยู่ในพื้นที่วิกฤต 3 จุดหลัก ๆ ซึ่งพบการลุกลามเป็นกองไฟขนาดใหญ่ใน 3 พื้นที่ ได้แก่ บริเวณบ้านห้วยห้อม - ห้วยแห้ง บริเวณบ้านแม่ก๋อน และบริเวณบ้านห้วยกองแป ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
.
สำหรับแผนการดำเนินการดับไฟในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่บางชุด ต้องใช้เวลาในการเดินทางและการเข้าพื้นที่เป็นระยะทางที่ไกล และการดับไฟเป็นไปด้วยความยากลำบาก จำเป็นต้องมีการพักนอนกลางป่า เพื่อให้สามารถควบคุมไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยชุดหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติสาละวินที่ 6 อุมดา จะต้องเข้าพื้นที่เป็นระยะเวลา 4 วัน ชุดหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติสาละวินที่ 3 ห้วยบง เข้าไปในพื้นที่ 2 วัน และชุดหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งช่าติสาละวินที่ 7 แม่ก๋อน จะต้องเข้าไป 3 วัน และ ชุดที่เดินทางไปกลับได้ ก็จะเป็น ชุดหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติสาละวินที่ 2 ห้วยหวาย และชุดหน่วยพิทักษ์อุทยานห่งชาติสาละวินที่ 4 แม่สามแลบ โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่หน่วยในสังกัด ร่วมกับทาง เจ้าหน้าที่สถานีไฟป่าแม่สะเรียง และราษฎรเฝ้าระวังในพื้นที่ พร้อมกันนี้ได้จัดกำลังเข้าทำแนวกันไฟ เพื่อบล็อกหน้าไฟซึ่งมีความกว้างประมาณ 2 - 8 กิโลเมตร พร้อมพิจารณาใช้วิธี เผากลับ (Back Burning) ตามความเหมาะสมของสถานการณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่และราษฎรจิตอาสาทุกนายเร่งควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มกำลัง