เครือข่ายภาคประชาสังคมแม่ฮ่องสอน สานพลังจัดเวทีสมัชชาสุขภาพจังหวัดฯ ปี 2569

เครือข่ายภาคประชาสังคมแม่ฮ่องสอน สานพลังจัดเวทีสมัชชาสุขภาพจังหวัดฯ ปี 2569 ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม แก้วิกฤตสารหนูในลำน้ำสาละวิน มุ่งสู่ “แม่ฮ่องสอน เมืองสุขภาวะ”

วันนี้ (8 กรกฎาคม 2569) เวลา 9.30 น. คณะกรรมการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมจังหวัดแม่ฮ่องสอน (4PW) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดประชุมสมัชชาสุขภาพจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประเด็น “การจัดการมลพิษสิ่งแวดล้อม (มลพิษน้ำ) แบบมีส่วนร่วม เพื่อสุขภาวะในวิกฤตซ้อนวิกฤต จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปี 2569” ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

การประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง เป็นประธานในพิธีเปิด และมี นายจรุญ จินะกัณฑ์ ปลัดอาวุโสอำเภอสบเมย เข้าร่วมเพื่อมอบนโยบายและแนวทางการบริหารจัดการแบบบูรณาการเชิงพื้นที่ โดยมี นายประเสริฐ ประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมจังหวัดแม่ฮ่องสอน (4PW) เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน นอกจากนี้ ยังมี นายไพโรจน์ พนาไพรสกุล ตัวแทนเครือข่ายทรัพยากรลุ่มน้ำแม่ฮ่องสอน ผู้แทนจากพหุภาคี ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม จากพื้นที่อำเภอแม่สะเรียงและอำเภอสบเมย เข้าร่วมกว่า 60 คน

จากสถานการณ์กระแสข่าวการปนเปื้อนของสารหนูในลำน้ำสาละวินตลอดริมฝั่งเขตประเทศไทยระยะทาง 127 กิโลเมตร ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง (เทศบาลตำบลแม่ยวม, อบต.แม่คง) และตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้เร่งติดตามแก้ไขปัญหาซึ่งกลไกของเวทีสมัชชาสุขภาพครั้งนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่กลางในการระดมสมองและขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ คือ:

1. ยกระดับและต่อยอดกลไกนโยบายสาธารณะ ในการเป็นเวทีกลางสร้างความร่วมมือขยายเครือข่ายทั้งในและนอกพื้นที่

2. หาฉันทมติ ในการนำมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 (ระบบบริหารจัดการเพื่อสุขภาวะในวิกฤตซ้อนวิกฤต) มาปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่

3. ระดมความคิดเห็น เพื่อเชื่อมร้อยภาคีทุกภาคส่วนในการนำนโยบายไปปฏิบัติอย่างยั่งยืน

นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียงกล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนประสบกับความท้าทายในหลายด้าน อาทิ วิกฤตด้านมลพิษทางน้ำและอากาศ วิกฤตความยากจน วิกฤตด้านสุขภาพ ซึ่งการประชุมในวันนี้จะเป็นกระบวนการที่สำคัญ ที่ทำให้ภาคประชาชนได้นำเอาข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งภาควิชาการได้มีการศึกษา รวบรวมไว้ มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อผลักดันไปสู่นโยบายสาธารณะที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

ขณะที่นางสาววัลลภา แสนสีดา นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า "เป้าหมายสูงสุดคือการบูรณาการระบบรับมือภัยพิบัติใน 3 ช่วงเวลา คือ 'เตรียมพร้อม-รับมือ-ฟื้นฟู' ผ่านกลไกการมีส่วนร่วมและระบบข้อมูลเรียลไทม์ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของชาวแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะในพื้นที่ริมน้ำสาละวินอย่างมั่นคง"

ด้าน รศ.ดร. อรัญญา ศิริผล คณะสังคมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เน้นย้ำว่า "หนึ่งหัวใจสำคัญของการทำงานติดตามและแก้ปัญหาสารหนูในลำน้ำสาละวินให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม คือการสร้าง 'แผนที่เดินดิน' ที่มีความแม่นยำและละเอียดจากคนในพื้นที่ ดิฉันจึงอยากเชิญชวนอาสาสมัครมาร่วมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการเก็บข้อมูล เพื่อที่เราจะสามารถนำไปสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและสะท้อนความเป็นจริงได้มากขึ้น"

ภายในงานได้มีการนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญเพื่อตอบโจทย์สถานการณ์วิกฤตในพื้นที่ ดังนี้:

1. การจัดทำระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยมลพิษข้ามพรมแดน: เสนอให้รัฐบาลไทยจัดตั้งสถานีตรวจสอบคุณภาพน้ำอัตโนมัติในจุดยุทธศาสตร์ริมแม่น้ำสาละวิน

2. การส่งเสริมบทบาทภาคประชาสังคมและกลไกประชาชนระหว่างประเทศ: สนับสนุนเครือข่ายภาคประชาชนในการเก็บข้อมูลและตรวจสอบการทำเหมืองที่ผิดกฎหมาย

3. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานน้ำสะอาด: เร่งสนับสนุนงบประมาณระบบประปาชุมชนหรือระบบกรองน้ำที่มีประสิทธิภาพเพื่อความมั่นคงของชุมชนชายขอบ

4. การยกระดับปัญหาเข้าสู่กรอบความร่วมมืออาเซียน: ใช้บทบาทผู้นำของไทยผลักดันประเด็นมลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองแร่ให้เป็นวาระเร่งด่วนในอาเซียน

5. การเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก: จัดตั้งกองทุนเยียวยาเกษตรกรและชาวประมงที่ได้รับผลกระทบ พร้อมส่งเสริมการตรวจรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์จากน้ำสาละวินเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายยังมีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็นใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ ประเด็นที่ 1 การพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานนิเวศวัฒนธรรมชุมชน และ ประเด็นที่ 2 การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ในการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ สู่ตำบล/ชุมชนสุขภาวะในวิกฤตซ้อนวิกฤต (ครอบคลุมพื้นที่ อบต.แม่สามแลบ, อบต.แม่คง และเทศบาลตำบลแม่ยวม) โดยมุ่งหวังเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบางและสถานะสุขภาพของชุมชน เพื่อนำไปสู่ออกแบบระบบบริหารจัดการที่ "ยืดหยุ่น ยั่งยืน และเสริมพลังการมีส่วนร่วม" เพื่อสุขภาวะที่ดีของชาวแม่ฮ่องสอนอย่างแท้จริง

คิธธ์ วงศ์อาษา

สวท.แม่สะเรียง รายงาน


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar