นายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง เปิดเผยว่า สถานการณ์การเกิดไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ในพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เกิดผลกระทบต่อชีวิตพี่น้องประชาชนนรอบด้านทั้งทรัพยากรธรรมชาติ เศรษฐกิจ สุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ในส่วนของ เจ้าหน้าที่ได้ทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่เมื่อเกิดจุดความร้อนก็ระดมกำลังเข้าพื้นที่ พบไว ดับไว เพื่อลดปัญหาการลุกลาม และพยายามไม่ให้มีไฟใหม่เกิดขึ้น แต่ด้วยปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน ด้วยสภาพภูมิประเทศของอำเภอแม่สะเรียงเป็นป่าเขาดอยสูง การเข้าไปดับไฟก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก บางจุดรถน้ำเข้าไม่ถึงฉีดไม่ได้ เป็นภูเขาสูงชันเจ้าหน้าที่ไม่สามารถขึ้นไปดับได้ โดยเฉพาะพื้นที่ริมทางหลวง มีไฟป่าเกิดขึ้นบ่อยครั้ง บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 (แม่สะเรียง – แม่ฮ่องสอน) เขตรอยต่ออำเภอแม่ลาน้อย และเส้นทาง มุ่งสู่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 105 (แม่สะเรียง – แม่สอด) เขตรอยต่ออำเภอสบเมย ซึ่งพบว่าเกิดไฟป่าลุกลามมาจากดอยสูง เจ้าหน้าที่ต้องพลัดเปลี่ยนเวรกันในการลาดตะเวนเส้นทางดังกกล่าวเพื่อเฝ้าระวังปัญหาไฟป่าที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีก
.
ทั้งนี้ อำเภอแม่สะเรียง ได้ดำเนินการควบคู่กับการรณรงค์สร้างการตระหนักรู้แบบเคาะประตูบ้านต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้รู้ถึงผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งมาตรการจะไม่เกิดผลถ้าพี่น้องประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ ไม่เห็นความสำคัญไม่ตระหนักรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นของปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟ ส่วนการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดกรณีเผาป่า หากตรวจพบก็จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด และวอนพี่น้องประชาชนช่วยหน่วยงานภาครัฐในการสอดส่องการกระทำผิดเกี่ยวกับการลักลอบเผาป่า หากมีการพบเจอให้บันทึกหลักฐานเพื่อเอาผิดกับคนเผา เพื่อร่วมกันสร้างอากาศและลมหายใจที่ปลอดภัยให้กับชุมชนคนแม่สะเรียง